ปกิณกธรรม

ศีลห้าเป็นพื้นฐานเป็นบาทฐานให้เราเกิดสัมมาสมาธิ

ศีลห้านี้ดีมาก ดีพิเศษ สามารถปิดนรก เมื่อละสังขารแล้วไม่ไปเกิดเป็นเปรต เป็นผี เป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ศีลห้านี้เปรียบเสมือนเรือขนานยนต์ ลําหนึ่ง เป็นเรือที่ดีมากดีพิเศษ เป็นเครื่องยนต์มีความแรงสูงห้าพลัง มีความสามารถพิเศษ ใช้เป็นยานพาหนะขับข้ามมหาสมุทรได้อย่างปลอดภัย น้ำมหาสมุทรนั้นกว้างใหญ่ไพศาล มองไม่เห็นฝั่ง ไม่มีใครที่จะสามารถว่ายข้ามได้ นอกจากใช้เรืออย่างดี ถึงจะใช้ข้ามได้

นํ้ามหาสมุทรนั้นพระพุทธเจ้าท่านเปรียบอุปมาอุปไมยให้เข้าใจ ได้แก่ กามคุณทั้งห้า คือ รูป เสียง กลิ่น รส ลาภ ยศ สรรเสริญ ที่ประชาชนทั้งหลายหลงอยู่ แต่พระพุทธเจ้า ท่านได้หาข้องอยู่ไม่

ให้พากันเข้าใจนะ คําว่ากามคุณน่ะ หมายถึงรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่มันรวมกันเป็นร่างกายของเรา พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนั้น ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา กายก็ส่วนหน่ึง ใจก็ส่วนหนึ่ง เวทนาก็ส่วนหนึ่ง ใจก็ส่วนหนึ่ง สังขารความปรุงแต่งก็ส่วนหน่ึงใจก็ส่วนหนึ่ง วิญญาณตัวรับรู้ก็ส่วนหนึ่งใจของเราก็ส่วนหนึ่ง มันคนละอย่างกัน ไม่ใช่อันเดียวกัน ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ กายที่เราใช้งานเขาอยู่นี้ เขาจะมีคุณต่อเรา เราบริโภครูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เราต้องบริโภค ด้วยสติด้วยปัญญา เราเอาเขามาใช้งานสําหรับเดินทางไปสู่มรรคผลพระนิพพานเท่านั้น

ถ้าเราไม่เข้าใจในเรื่องกายในเรื่องใจ เราก็ไม่สามารถแยกใจออกจากกายได้

ท่านถึงให้เราดําเนินชีวิตในหนทางอันประเสริฐ ประชาชนต้องเดินตามพระธรรม คําสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ท่านได้ตรัสไว้ดีแล้ว

ศีลห้าเป็นพื้นฐานเป็นบาทฐานให้เราเกิดสัมมาสมาธิ
สัมมาสมาธิเป็นพื้นฐาน เป็นบาทฐานให้เกิดปัญญา
ศีล สมาธิ ปัญญาเป็นพื้นฐานเป็นบาทฐานให้เกิดธรรมะ

เราทุก ๆ คนนะมีความเห็นแก่ตัวมาก ๆ พื้นฐานของเราทุก ๆ คนนั้นเป็นคนเห็นแก่ตัว การดํารงชีพของเรานั้น มีพื้นฐานตั้งอยู่ในความเบียดเบียน เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และเบียดเบียนสัตว์ต่าง ๆ สาเหตุการเบียดเบียนมาจากไหน สาเหตุการเบียดเบียนมาจากใจของเรามีความหลงในกามคุณ

กามคุณท่ีเราแสวงหามาได้มานั้น ต้องได้มาจากการเบียดเบียนแย่งชิง บรรพบุรุษของเรานั้นได้พากันทําสืบทอดมาอย่างนี้ มีความหลง มีความเพลิดเพลินเป็นพื้นฐาน ตั้งอยู่ในความประมาท สืบทอดกันมาหลาย ๆ ชั่วคน

พระพุทธเจ้าน่ะท่านบําเพ็ญพุทธบารมีสี่อสงไขย แสนมหากัป ได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นครูผู้บอกผู้สอนของเหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ใช้เวลายาวนานมากตั้งหลายล้านชาติ ท่านได้มาบอก มาสั่ง มาสอน ให้เราทุกคนพากันดําเนินชีวิตในหนทางอันประเสริฐ ไม่ต้องไปสร้างบาป สร้างกรรม สร้างเวร สร้างภัย ให้เราใช้สรีระร่างกายท่ีประเสริฐที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้พากันมาสร้างความดี สร้างบารมี สร้างคุณธรรม

ใจของเรานี้นะ ต้องเอามาอบรมบ่มอินทรีย์เค้าให้เจริญแก่กล้า

การอบรมบ่มอินทรีย์นั้นเราจะทําอย่างไร..? อบรมบ่มอินทรีย์นั้นเราต้องพากันมา เสียสละ ให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิ เจริญปัญญาในชีวิตประจําวัน ให้ใจของเราเกิดธรรมะ เราทํางาน ดํารงชีวิตพร้อมกับการประพฤติการปฏิบัติธรรมไปพร้อม ๆ กัน ด้วยการอาศัยร่างกาย อาศัยปัจจัยทั้งสี่ ให้เกิดคุณเกิดประโยชน์ พระพุทธเจ้าตรัสว่ากามคุณ ร่างกาย ของเราก็เป็นคุณ ปัจจัยทั้งสี่น้ันก็เป็นคุณ ถ้าเราหลงเราเพลิดเพลินตั้งอยู่ในความประมาท สิ่งเหล่าน้ันก็เป็นโทษแก่ใจของเรา

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตามอบให้ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

งานสวดอภิธรรมบําเพ็ญกุศลพิเศษคืนที่ ๔ ให้กับหลวงพ่อลายที่ได้ลาละสังขารวายชนม์

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็น