ปกิณกธรรม

งานคือการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศ

ส่วนใหญ่คนเรามันสมาธิสั้น อากาศร้อนก็ไปตามอากาศร้อน อากาศหนาวก็ไปตามอากาศหนาว ทุกสิ่งทุกอย่างมันไปตามน่ะ เราก็มีความสุขในการหายใจเข้าออกซิเจนเข้าร่างกาย หายใจออกสบายอย่างนี้ ทำงานมีความสุข ถ้าไม่ทำงานจะมีความสุขเหรอ โยมต้องทำอย่างนี้ไป ใหม่ๆ คนออกกำลังกายก็ต้องปวดเมื่อย ออกกำลังกายทุกวันมันก็แข็งแรงแข็งแกร่ง

งานคือความสุขมาก พระพุทธเจ้าให้เอางานนี้ล่ะเราเป็นฆราวาส พระพุทธเจ้าก็บอกว่าเราสมควรจะเป็นพระอริยะเจ้า พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี เป็นต้น เพราะประชาชนเขาไปแยกการแยกงาน แยกความร่ำความรวยออกจากธุรกิจหน้าที่การงาน ธรรมะก็แยก มันก็ได้ตั้งแต่ผู้มีสตางค์มาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย พลัดพรากน่ะ มันไม่ได้คุณธรรมไปพร้อม ๆ กัน เราปรับปรุงตัวเองให้มีสติมีสัมปชัญญะก็ต้องมีความสุขมาก

อย่างเด็กๆ เค้าไม่รู้ว่าความสุขที่สุดในโลกคืองาน

งานคือความสุข งานคือการเสียสละ

งานคือความรับผิดชอบ

งานคือสติสัมปชัญญะ งานคือผู้ให้

งานคือการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศโดยเฉพาะน่ะ

ถ้าเราละความเห็นแก่ตัว เราไม่ติดสุขติดสบายคืออารมณ์เนกขัมมะแล้ว งานนี้มีความสุข

ทุกคนเพียงแต่ระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็ได้บุญได้กุศลเยอะ ระลึกถึงชื่อในหลวงก็ได้บุญได้กุศลเยอะแล้ว ถ้าเราได้ตั้งมั่นในความดีก็ได้บุญได้กุศลเยอะแล้ว

อย่าไปคิดว่าไม่ได้นอน ไม่ได้พักผ่อนอย่างนั้นเรียกว่าไม่ถูกต้อง หลวงพ่อถึงบอกโยม…ว่าความสุขของเราคืองาน คือเราได้เสียสละ เราได้พูดเพราะๆ กิริยามารยาทดีๆ อย่างนี้แหละ ถ้าเราใจดีใจสบาย เราก็คิดอะไรได้ดีๆ วางแผนได้ดีๆ

ทุกคนต้องทานอาหารหมด ทุกคนต้องนอนพักผ่อน ทุกคนต้องหายใจเอาออกซิเจนเข้าร่างกาย ทุกคนต้องพักผ่อนสมอง เพราะสมองเราก็เหมือนเครื่องยนต์ต้องพักผ่อน

ทุกคนต้องมีสติมีสัมปชัญญะ ถ้ามีสติสัมปชัญญะแล้วความทุกข์มันเกิดไม่ได้สำหรับคนมีสติสัมปชัญญะ สิ่งที่เป็นอดีตก็จบลง สิ่งที่เป็นอนาคตมันก็ไม่มี เพราะเราทำดีแล้ว มองดูต้นไม้ใบไม้ร่วงหรืออะไรทุกอย่างมันก็มีความสุขความดับทุกข์ไปหมดอย่างนี้นะ

หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม วันศุกร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็น